ASA Mahidol
อนุทินออนไลน์
6 ม.ค. 2553 , 00:55 น.

บางทีก็คงเป็นการยากที่จะพยายามทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง

บางทีการมีหลายบทบาทในเวลาเดียวกัน ก็ทำให้เราไขว้เขว

บางทีการกระทำอาจจะไม่เพียงพอ อาจจะต้องอาศัยการแสดงออกด้วย

บางทีมันก็คงจริงที่ว่า ไม่มีใครบนโลกที่จะเข้าใจตัวเรา นอกจากตัวเราเอง

และบางทีสิ่งที่เราคิดว่าเราเข้าใจ เราอาจจะไม่เคยเข้าใจเลยก็ได้

บางทีอะไรๆก็หาเส้นแบ่งยากซะเหลือเกิน อะไรคือเส้นคั่นระหว่างความถูกต้องกับความผิด

บางทีการทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วได้ผลลัพธ์ที่อาจจะผิด ก็คือการทำสิ่งที่ผิด

แต่การทำสิ่งที่ผิดเพื่อผลลัพธ์ที่อาจจะออกมาถูกต้องล่ะ นั่นก็คือสิ่งที่ผิดอยู่ดีไม่ใช่หรือ

แล้วอะไรล่ะเป็นเกณฑ์ว่าอะไรผิด อะไรถูก

หรือความจริงแล้วความผิด ความถูกไม่มีอยู่จริง ขึ้นกับว่ามองจากมุมมองไหน

หรือถ้าพูดให้ชัดเจนก็คือ มองจากมุมใคร

แต่ทุกคนก็มีเหตุผล

และก็แน่นอนว่า เหตุผลของทุกคนมีความสำคัญ

และสุดท้ายก็ต้องมีอะไรซักอย่างที่เป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุด

แล้วอะไรที่จะเป็นตัวตัดสินล่ะว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

แล้วมันก็วนกลับมาเป็นคำถามคล้ายๆเดิมอีกครั้ง

หรือบางทีเราก็อาจจะแค่ไม่เข้าใจ

บางทีเราก็แค่อาจจะต้องการให้คนอื่นมายอมรับเหตุผลและมุมมองของเรา

ซึ่งบางทีเหตุผลนั้นมันอาจจะไร้เหตุผล

และเราก็ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองต้องการแค่นั้น

หรือจริงๆแล้วบางที เราก็คงผิดจริงๆ

แต่หาเรื่องไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดเท่านั้นแหละ

 

วันนี้ยังมีคำถามมากมายที่ยังสงสัย
แต่เรื่องบางเรื่อง บางทีก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจใช่มั้ย?
แค่ยอมรับและปรับตัวให้เข้ากับมันได้ก็พอ

โดย นิรนาม
comment(3)


13 ม.ค. 2553 , 21:27 น.

ห่างหายจากกลุ่มมานานเหลือเกิน น่าจะสักเกือบปีแล้วสิ

คิดถึงทุกคนจัง

ปีนี้ก็ไม่ได้ไปค่ายด้วย  เศร้า

โดย knot
comment(1)


14 ม.ค. 2553 , 15:05 น.

ไม่ได้เขียนอนุทินมาเกือบ 20 ปี นี่เป็นการกลับมาเขียน ไม่ใช่สินะ ต้องเรียกว่ากลับมาพิมพ์ซะแล้ว

สิ่งที่เคยพูดไว้ตอนค่ายกลางปี พ.ศ. 2529 ยังจำได้อยู่ ขอเขียนเอาไว้บันทึกความทรงจำก่อนที่จะลืมมันไป

....การที่เราทุกคนได้มาอยู่รวมกันในค่าย เป็นการฝึกตนอย่างหนึ่ง ข้อที่เห็นว่าดีที่สุดก็คือการได้มาใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมเล็กๆ มีความรักและความเข้าใจกัน มีความเอื้ออาทรและเป็นห่วงเป็นใยกัน ความรู้สึกที่คอยเอื้อเฟื้อ หรืออยากจะให้คนที่อยู่รอบตัวเรามีความสุขโดยไม่ได้หวังผลตอบแทน เป็นสิ่งที่ฝึกและทำให้เป็นนิสัยติดตัวเราได้ยาก เพราะคนเราทุกคนมีความเห็นแก่ตัวอยู่ในตัวทุกคน มากบ้างน้อยบ้าง แต่ถ้าเราฝึกฝนเริ่มจากสังคมเล็กๆ ในค่าย ในกลุ่มฯ ของเรา ซึ่งเราจะซึมซับได้ง่ายมากจากการอยู่ร่วมกันในค่าย เรารักและห่วงใยเพื่อนในค่าย น้องในค่าย พี่ๆ ในค่าย เมื่อทำให้สิ่งนี้เกิดเป็นลักษณะบุคลิกหรือนิสัยติดตัวเราไปแล้ว เมื่อเรากลับออกไปจากค่าย ออกไปสู่สังคมที่ใหญ่ขึ้นของโลกภายนอกแล้ว มันจะถูกเผื่อแผ่ไปยังบุคคลอื่นได้ไม่ยาก....

สิ่งที่เคยพูดไว้นี้ หลายปีแล้ว มันจริงนะ หลายคนที่ถูกฝึกออกไปจากค่ายเป็นคนดีมีน้ำใจประเสริฐมาก มีความคิดอ่านที่จะไม่เบียดเบียนใคร และช่วยเหลือผู้อื่นเสมอเมื่อมีโอกาส จึงไม่น่าแปลกใจที่กลุ่มของเราค่ายของเรายังคงอยู่มาจนทุกวันนี้ เรานับว่าโชคดีที่เกิดมาทันได้มีโอกาสใกล้ชิดและพูดคุยกับท่าน อ.อวย หลายสิ่งหลายอย่างก็ซึมซับมาจากความคิดของท่านค่ะ

โดย kk15
comment(3)


18 ม.ค. 2553 , 01:57 น.

วู้ๆๆๆๆ เพิ่งได้ลองเขียนอนุทินออนไลน์เป็นครั้งแรก แอบตื่นเต้นนะเนี้ย

ต้องขอบคุณเพื่อนๆในอาสาที่ช่วยกันคิดอนุทินออนไลน์นี้ขึ้น

และก็ต้องขอบคุณพี่ๆและเพื่อนๆทุกคน ที่ให้feedbackกับการปรับปรุงเว็ปที่ดีมาก

ต้องชมพี่พัฒน์ ที่เป็นคนทำเว็ป และปุ่นที่เป็นคนออกแบบ ^_^ ขอบคุณทุกคนนะ

รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในอาสาก็นานพอดูแล้ว(เกือบ1ปี) แต่เรากลับรู้สึกว่า ความเป็นอาสายังซึมซับเข้าไปในตัวเราไม่มากเลย(หากเทียบกับคนอื่น)

เรายังนิ่งเฉยกับบางอย่าง ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ดี ความเห็นแก่ตัวมีในคนทุกคนอย่างที่พี่บอกจริงๆ

เราจะต้องเชื่อ...เชื่อมั่นและศรัทธากับสิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะทำ ว่าเราต้องทำมันได้

ความสับสน ไม่เข้าใจ และความรู้สึกอะไรหลายๆอย่าง อาจมีเพิ่มขึ้นมามากมาย

อย่างน้อย อาสาฯก็ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น(แต่ยังไม่หมด) รวมถึง ทำให้เราอยากทำความรู้จักคนอื่นๆเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

ต้องขอโทษทุกๆคนในหลายๆเรื่องด้วยแหละ

ขอโทษเพื่อน ที่เราอาจทำตัวงี่เง่า T_T ซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

ขอโทษพี่บาสและเลขา ที่หนูไม่ค่อยออกความคิดเห็นในที่ประชุมเท่าที่ควร

ขอโทษปุ่นที่เราอาจคิดช้า สมองช้า และมักมึนๆในบางครั้ง

ตอนนี้งานค่ายเรายังไม่จบนี่นา^_^ คงยังมีเวลาแก้ตัวทัน.....จะพยายามนะ

กรรมการทุกฝ่ายสู้ๆ เราจะเดินไปด้วยกัน ทำค่ายให้สำเร็จ โย้วๆๆๆๆ

รักอาสามากมาย

โดย chosigawan
comment(5)


25 ม.ค. 2553 , 00:22 น.

ไม่รู้ว่าเขียนจบแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า แต่ไหนๆก้ไหนๆแล้ว เก็บไว้มันก้อึดอัด ได้พูดบ้างมันก้คงจะดี

ตอนแรกที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาสา เรารู้สึกมีความสุขมาก เหมือนได้เจอและได้ทำอะไรหลายๆอย่างที่ตัวเองไม่เคยทำ และไม่คิดว่าจะทำได้...

เราคิดว่า อาสา นี่แหละ คือ ความสุขของเรา

ทำให้ชีวิตในมหาวิทยาลัยของเรามีสีสันมากขึ้น ไม่ใช่แค่มุ่งหน้าเรียนอย่างเดียว

โดยเฉพาะคณะที่เราเรียนอยู่ เราเองก้ไม่ได้อยากเรียนมากนัก เรียนเพราะพ่อแม่อยากให้เรียน อนาคตจะเป็นไงก้ไม่รู้เหมือนกัน

มีกิจกรรมดีๆทำ มันก้มีความสุขดีนะ แม้ว่าจะเหนื่อยไปบ้าง

ไม่รู้เหมือนกันนะว่า เวลาเปลี่ยน มันทำให้คนเปลี่ยนหรือเปล่า

จากที่คิดว่าสนิท ก้กลับกลายเป็นห่างเหิน

จากที่เคยคิดว่า พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง กลายเป็นว่า ไม่อยากพูดอะไรให้ฟังเลย

เพราะเราใกล้กันเกินไป จึงมองไม่เห็นความสำคัญของกันและกันหรือเปล่า

จึงคิดจะทำอะไรโดยที่ไม่คิดถึงความรู้สึกของคนที่รับ

อาจจะไม่ได้ตั้งใจ ถ้ามันจะเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว

มีคนเคยบอกว่า

คนเราจะไม่ทำผิดอะไรซ้ำๆเดิมๆเป็นครั้งที่สอง

แต่ถ้ามันเกิดขึ้นไปแล้ว เราก้คงทำอะไรไม่ได้

คงได้แต่ปลง ยอมรับ และเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น

อาจจะเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวนะ

"ทำไมคนอื่นไม่คิดปรับตัวเข้าหาเราบ้าง จะให้เราวิ่งตามไปตลอดเลยเหรอ?"

ถ้าใครไม่เคยวิ่งตามคนอื่น หรือ ในที่นี้ คือ "ใส่ใจ" คนรอบๆข้าง

คนที่เราคิดว่า เขาสำคัญกับเรา ก้คงจะไม่มีวันเข้าใจ

ความรู้สึกที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ ว่ามันเป็นยังไง

ที่พูดไม่ใช่ต้องการให้เปลี่ยน เพราะมันคงเปลี่ยนไม่ได้

หรือว่า มันอาจจะเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้น แต่เราไม่สังเกตเองมากกว่า

ความไว้ใจ เชื่อใจ ความรู้สึกดี กับคนที่นี่

สำหรับเราไม่รู้ทำไมมันถึงลดลงได้ขนาดนี้

ตอนนี้บอกตามตรงว่ามันฝืนนะ ฝืนมากๆ กับอะไรหลายๆอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

จริงๆเราอาจจะไม่เหมาะสมที่จะยืนอยู่ตรงนี้อีกต่อไปแล้วก้ได้

แต่ไม่ว่ายังไง ก้ขอบคุณ อาสา นะ

ที่ทำให้เราเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างมากขึ้น

โดยเฉพาะเรื่องของจิตใจของคน มันยากแท้หยั่งถึงจริงๆ

-------------------------------------------------------------------

คงต้องปล่อยวางแล้วล่ะ

เพราะเราคงทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้

ทำใจและยอมรับ

และเราอาจจะต้องเดินไปจากเส้นทางนี้ เมื่อถึงเวลา...

-------------------------------------------------------------------

 

โดย plekoko
comment(6)